ระบบ 3 จี !?!

ช่วงประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา ประเด็น “การสื่อสารระบบโทรคมนาคม 3 จี (3G)” หรือมักเรียกกันว่า “โทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3” เป็นประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากแทบทุกวงการ เนื่องด้วย”คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.)” กำลังเร่งดำเนินการที่จะให้มีการเปิดประมูลโครงการ 3 จี ในเร็วๆ นี้

ว่ากันตามความเป็นจริงแล้ว เราๆ คนไทยทุกคนไม่ค่อยมีความรู้ความเข้าใจ จนถึงขั้นสนใจโครงการโทรศัพท์เคลื่อน 3 จี มากมายนัก แม้กระทั่ง”แสงแดด” เองก็เคยได้ยินได้ฟังมาบ้าง แต่ก็เข้าข่าย”เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา” ไม่สามารถตอบ และ/หรือวิพากษ์วิจารณ์ได้มากน้อยเท่าใด แต่ในช่วง 1 เดือนกว่าๆ ได้กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมา เมื่อเริ่มมีการจัดเวทีในส่วนของ”ภาครัฐ” และ “กทช.” จนกระหึ่มเต็มพิกัด เมื่อ“บิ๊กบอสของเครือ”อย่าง”คุณศุภชัย เจียรวนนท์” ได้ออกมาขย่มรัฐและ กทช. ซะน่วมไปเลย!ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 จี เป็นระบบเครือข่ายโทรคมนาคมและการสื่อสารแบบบรอดแบนด์ระดับสูง ที่หลากหลายประเทศทั่วโลกได้ใช้กันมายาวนานหลายปีดีดักแล้ว น่าจะประมาณเกือบ 10 กว่าปีแล้วทีเดีย

แม้กระทั่งเพื่อนบ้านเราอย่างประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และประเทศกัมพูชา ก็ยังมีการใช้ระบบ 3 จีกันไปเรียบร้อยแล้ว แต่บ้านเรายังมัวแต่”ยึกๆ ยักๆ!”ตั้งท่ารำไหว้ครูมาตั้งแต่ปี 2549 เรื่อยมา

ว่าไปแล้ว หน่วยงานของรัฐ ไม่ว่า”ทีโอที-แคทเทเลคอม” ได้รับการจัดสรรคลื่น 3 จี มาตั้งแต่ปี 2543 นานโขมาแล้ว ยังไม่ได้ดำเนินการกันไปถึงไหนเลย จนกระทั่งรัฐบาลลาวและรัฐบาลกัมพูชา ยังสะกิดถามรัฐบาลไทยเลยว่า “จะให้ช่วยเหลืออะไรมั้ย!?!”เหตุผลที่ “กรณี 3 จี” เกิดมาดังกระหึ่มเอาในช่วงนี้ ได้เกิดการเร่งให้มีการประมูล จนกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที : ICT) ได้เริ่มออกมากระตุ้นรัฐบาลและหน่วยงานหลักทั้งสอง”TOT-CAT Telecom” ให้เร่งดำเนินการตรวจสอบประมูลโครงการ 3 จี เสียใหม่ หลังจากที่ไม่ได้ขยับเขยื้อนอะไรใดๆ เลยมานานนับ 10 ปีทีเดียว

รัฐมนตรีฯ กระทรวงไอซีที “คุณนก” ระนองรักษ์สุวรรณฉวี จึงพยายามสร้างความเข้าใจ ด้วยการพยายามผลักดันให้โครงการนี้ได้เดินหน้าเสียทีในยุคนี้เพราะยิ่งนับ วันก็ยิ่งช้า ราคาแพงสูงลิ่ว ส่งผลกระทบ”ผู้บริโภค” อย่างเราๆ เท่านั้นยังไม่พอ”ระบบเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร” นับวันจะพัฒนาไปไกลมากยิ่งขึ้นแม้แต่ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างลาว กัมพูชา และประเทศอื่นๆ จะรุดหน้าล้ำประเทศไทยไปไกลโข

“ระบบ 3G” คือ เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคที่ 3 หรือ “Third Generation” หรือเรียกย่อว่า “3G อุปกรณ์การสื่อสารยุคที่ 3” เป็นอุปกรณ์ที่ผสมผสานการนำเสนอข้อมูล และเทคโนโลยีในปัจจุบันเข้าด้วยกันเช่น “PDA : Personal Digital Assistant” โทรศัพท์มือถือ Walkman, กล้องถ่ายรูป และ อินเทอร์เน็ต

ลักษณะการทำงานของ 3G มีช่องสัญญาณความถี่ และความจุในการรับส่งข้อมูลที่มากกว่า เร็วกว่าทำให้ประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลแอปพลิเคชันรวมทั้งบริการระบบ เสียงดีขึ้น พร้อมทั้งสามารถใช้บริการมัลติมีเดียได้เต็มที่ และสมบูรณ์แบบขึ้น เช่นส่งแฟกซ์, โทรศัพท์ต่างประเทศ, รับ-ส่งข้อความที่มีขนาดใหญ่, ประชุมทางไกลผ่านหน้าจออุปกรณ์สื่อสาร,ดาวน์โหลดเพลง, ชมภาพยนตร์แบบสั้นๆ

เทคโนโลยี 3G ช่วยให้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายและคล่องตัวขึ้น โดยโทรศัพท์เคลื่อนที่เปรียบเสมือนคอมพิวเตอร์แบบพกพา, วิทยุส่วนตัว และกล้องถ่ายรูป ผู้ใช้สามารถเช็กข้อมูลใน account ส่วนตัว เพื่อใช้บริการต่างๆ ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ เช่น selfcare (ตรวจสอบค่าใช้บริการ), แก้ไขข้อมูลส่วนตัว และใช้บริการข้อมูลต่างๆ เช่น ข่าวเกาะติดสถานการณ์, ข่าวบันเทิง, ข้อมูลด้านการเงิน, ข้อมูลการท่องเที่ยว และตารางนัดหมายส่วนตัวแบบ”เปิดรับตลอดเวลา!” เรียกว่า ไม่จำเป็นต้องมี”โน้ตบุ๊ก (Notebook)” พกพาติดตัวอีกต่อไป

คุณสมบัติหลักของ 3G คือ มีการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายของ 3G ตลอดเวลาที่เราเปิดเครื่องโทรศัพท์ (always on) คือไม่จำเป็นต้องต่อโทรศัพท์เข้าเครือข่าย และ log-in ทุกครั้งเพื่อใช้บริการรับส่งข้อมูล

การเสียค่าบริการจะเกิดขึ้นเมื่อมีการเรียกใช้ข้อมูลผ่านเครือข่ายเท่านั้น โดยจะต่างจากระบบทั่วไปที่จะเสียค่าบริการตั้งแต่เราล็อกอินเข้าในระบบเครือ ข่ายอุปกรณ์สื่อสารไร้สายระบบ 3G สำหรับ 3G อุปกรณ์สื่อสารไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่โทรศัพท์เท่านั้น แต่ยังปรากฏในรูปแบบของอุปกรณ์สื่อสารอื่น เช่น Palmtop,Personal Digital Assistant (PDA), Laptop และ PC

จริงๆ แล้ว”ระบบ 3G” มิใช่ระบบใหม่ถอดด้ามเอี่ยมอ่อง ที่เราจะต้องมาตื่นเต้นกันมากมายนักเพราะประเทศที่พัฒนาแล้วทั่วโลกเขามีใช้ กันโดยทั่วไปและใช้มานานไม่ต่ำกว่า 4-5 ปีกันแล้ว ญี่ปุ่น สหรัฐฯและประเทศอื่นๆ เขากำลังจะก้าวกระโดดสู่ระบบ 4G 5G กันแล้ว เพราะระบบ 3G อาจจะล้าสมัยไปแล้วก็ได้

กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน (Asean) มีระบบ3G ใช้กันหมดแล้ว ยกเว้น”ประเทศไทย” กับ”สหภาพพม่า” เท่านั้น ที่ยังย่ำอยู่กับระบบ 2G และ2.5G จน “แสงแดด” มีความรู้สึก “หน้าชา!” อย่างมาก ที่ประเทศไทยอย่างเราที่มีอัตราการเจริญเติบโตทุกด้าน ไม่ว่า เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง (ที่ลุ่มๆดอนๆ ไม่ค่อยพัฒนามากมายนัก) ยังคง”ล้าหลัง-ต้วมเตี้ยม!”

สาเหตุสำคัญเกิดจากการ”เตะถ่วง!” ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจจะเป็น”กทช. : คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ” หรืออาจจะเป็นหน่วยงานของรัฐเสียเอง ซึ่งอาจดูเสมือนว่า พยายามให้การประมูลมีความล่าช้าไปเสียก่อน ด้วยเกรงว่า”รายได้”ของหน่วยงานทั้งสอง”ทีโอที-แคท เทเลคอม” จะขาดหายไปเยอะ แต่คงไม่สำคัญเท่ากับว่า”ต่างชาติฮุบ!” น่าจะเป็นประเด็นหลักเช่นเดียวกันรัฐมนตรีฯ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อาจจะหวั่นวิตกกับกรณีดังกล่าวข้าวต้นจึงพยายามให้การประมูลชะลอไปก่อน จนกว่าจะได้มีการสดับตรับฟังจากทุกภาคส่วนของสังคม จนในที่สุด”การประมูล” ก็ต้องเลื่อนออกไประยะหนึ่ง เพื่อรอฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย

ว่าไปแล้ว”ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G” เป็นระบบทันสมัยที่ประเทศไทยเราควรจะมีใช้มานานแล้ว เพียงแต่ประเด็นสำคัญ 2 ประเด็น ที่ทุกฝ่ายต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันจนสังคมได้มีโอกาสรับรู้เสียเป็นส่วน ใหญ่

กล่าวคือหนึ่ง “ราคาการประมูลสัมปทาน” อาจจะแพงสูงลิ่ว ซึ่งขณะนี้ตัวเลขอาจจะอยู่ที่หลัก 30,000-50,000 ล้านบาท ซึ่งสูงอยู่แล้ว แต่ถ้าชะลอกันไปมากกว่านี้ ราคาประมูลอาจจะไปแตะที่ระดับแสนล้านบาทก็เป็นได้

ในกรณีนี้ เราลองตรึกตรองดูว่า ถ้าราคาการประมูลสัมปทานแพงลิบลิ่วเช่นนี้”บริษัทคนไทย”กันเองจะมีความ สามารถประมูลสู้ได้หรือไม่ และไม่สำคัญเท่ากับว่า “ใครแบกภาระค่าใช้จ่าย” ซึ่งรับรองได้เลยว่า “หนีไม่พ้นผู้บริโภค” ซึ่งก็คือ “ประชาชน”นั่นเอง!

สอง “บริษัทต่างชาติ” ที่มีอยู่สองบริษัทในไทยปัจจุบัน ถึงแม้ว่าจะอ้างว่าผู้ถือหุ้นรายใหญ่ต่างๆเป็น “บริษัทคนไทย” ซึ่งต้องเถียงว่า “ไม่ใช่!” เพราะเป็น “บริษัทนอมินี” ให้แก่ “บริษัทต่างชาติ” ทั้งนั้นทั้ง “….เส็ก และ …..นอ” ที่มีพละกำลังด้านทุนอย่างมหาศาล ที่สามารถประมูลได้สูงถึงหลักแสนล้านบาทอย่างแน่นอน

แต่ประเด็นสำคัญในกรณีนี้ เป็น”กรณีความมั่นคง” ที่แทบทุกประเทศทั่วโลก ไม่ยอมให้บริษัทต่างชาติมาฮุบ “กิจการโทรคมนาคม-การสื่อสาร” ไปอยู่ในครอบครองเด็ดขาด หรือพูดอย่างง่ายๆ ก็หมายความว่า ไม่ต้องการให้มี”การล้วงความลับ!” ของประเทศชาติไป

กรณีการเดินหน้ากับ”โครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G” เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและสลับซับซ้อนอย่างมาก ทั้งในประเด็นของ”ราคาค่าประมูล-ค่าตั๋ว”ที่ถ้าสูงเกินไป บริษัทคนไทยไม่มีน้ำยา และถ้าประมูลได้ ผู้บริโภคอย่างเราต้องแบกภาระ

หรือ ถ้าบริษัทต่างชาติฮุบทรัพยากรของรัฐไปได้ประเด็น “ความมั่นคง” เป็นประเด็นที่ล่อแหลมมากๆรัฐบาลสมควรจะดำเนินการ กำหนดเงื่อนไขการประมูล ตลอดจนราคาการประมูลสัมปทาน พร้อมทั้งองค์ประกอบของสัดส่วนในการเข้าไปมีส่วนของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยว ข้อง ทั้งทีโอทีกับแคท เทเลคอมโดยมีกฎเกณฑ์จาก กทช. ในการกำกับดูแล

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่สุดมี 3 ประเด็น กล่าวคือหนึ่ง ต้องเป็นบริษัทไทย มิใช่บริษัทต่างชาติ และ/หรือ”นอมินี”สอง ภาครัฐต้องมีส่วนและบทบาทในการกำกับดูแลร่วมกับภาคเอกชน และสาม ราคาค่าประมูลต้องสมเหตุสมผล โดยที่ทุกฝ่ายต่างได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า และไม่เป็น “ภาระประชาชน”ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยเราสมควรมี”ระบบ3G” ได้ใช้กันแล้ว โดยไม่ต้องให้เพื่อนบ้านเราแอบแสยะยิ้ม เย้ยหยันอยู่ในใจ!

Source: คอลัมน์ พระอาทิตย์สาดส่อง ASTVผู้จัดการรายวัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: