3 จีกับความมั่นคงของชาติ

ผมติดตามข่าวการประมูลคลื่นความถี่ “โทรศัพท์ 3 จี” ที่ หน้าเศรษฐกิจไทยรัฐ เสนอข่าวมาหลายวันแล้ว ก็อดเป็นห่วงชาติบ้านเมืองไม่ได้ และผมก็เห็นคล้อยกับความคิดเห็นของ คุณศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทรู คอร์ปอเรชั่น ผู้ให้บริการ โทรศัพท์มือถือ “สัญชาติไทย” เพียงหนึ่งเดียวของประเทศไทยที่พูดกับหน้าเศรษฐกิจไทยรัฐ

เช่นเดียวกับ สภาทนายความ ที่ออกมาแสดงความเห็นคัดค้านด้วยเช่นกัน

ประเด็น ที่ผมเห็นด้วยกับ คุณศุภชัย  เจียรวนนท์  ซึ่ง กทช.ไม่เคยบอกคนไทยเลยก็คือ “คลื่นความถี่มือถือ  3  จี”  ไม่ใช่เป็นแค่คลื่นโทรศัพท์เคลื่อนที่ธรรมดา แต่เป็น “อินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูง” ซึ่งจะเข้ามาแทนที่โทรศัพท์มือถือ แทนที่อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง แทนที่เครื่องรับโทรทัศน์ แทนที่สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สามารถส่งไปที่ โทรศัพท์มือถือได้โดยตรงเลย พูดง่ายๆก็คือ “โทรศัพท์มือถือยุค 3 จี” ก็คือ “สื่อเคลื่อนที่” ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอนาคตนั่นเอง

ใครที่ไป ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้คงเคยเห็น เด็ก วัยรุ่น นักธุรกิจ ไปจนถึงผู้สูงวัย แต่ละคนนั่งง่วนอยู่กับโทรศัพท์มือถือกดอ่านข้อมูลในโทรศัพท์กันทั้งเมือง

นอก จากเป็นสื่อแล้ว “คลื่นโทรศัพท์ 3 จี”  ยังถือเป็น “ทรัพยากรล้ำค่าของชาติ” เพราะ “มีจำนวนจำกัด” เมื่อประมูลขายให้เป็นสมบัติของเอกชนไปหมดแล้ว มันก็เป็นของเอกชน ไม่ใช่เป็นของรัฐอีกต่อไป หลายประเทศเขาถือเป็น “ความมั่นคงของชาติ”  ไม่ใช่แค่การค้าอย่างเดียว เพราะเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงมากทำได้หลากหลาย เวลานี้กำลังต่อยอดออกไปเป็น “4 จี” ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า 3 จีแล้ว และกำลังจะพัฒนาเป็น “5 จี” แล้ว

อย่างเช่น สหรัฐอเมริกา กิจการโทรคมนาคม การสื่อสาร ไม่ว่า อินเตอร์เน็ต โทรศัพท์ มีสายหรือไม่มีสาย ไปจนถึง ธุรกิจดาวเทียม เขาถือเป็นธุรกิจที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ กระทบต่อการป้องกันประเทศ จึงเป็นธุรกิจที่สหรัฐฯไม่เคยเปิดให้บริษัทต่างชาติเข้าไปเป็นเข้าของ

แม้ แต่คลื่นความถี่ 3 จี สหรัฐฯ ยังไม่ยอมใช้ของยุโรป เพราะกลัวเรื่องความมั่นคง แต่ให้บริษัทอเมริกันพัฒนาขึ้นมาเอง ผ่านระบบซีดีเอ็มเอเพื่อสู้กับระบบจีเอสเอ็ม ล่าสุด ประเทศจีน ซึ่งใช้เครือข่ายโทรศัพท์ของสหรัฐฯและยุโรปวันนี้รัฐบาลจีนก็มีนโยบายให้ พัฒนา คลื่นความถี่ 3 จีระบบจีน ขึ้นมาใช้เองเพื่อความมั่นคงของชาติ

เช่น เดียวกับ ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศแรกในโลกที่มีโทรศัพท์ 3 จีใช้ และ เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศที่สองในโลกที่มีโทรศัพท์ระบบ 3 จี ก็ดำเนินนโยบายเดียวกัน ไม่เปิดสัมปทานให้ต่างชาติ และไม่ประมูลขายคลื่นความถี่ให้บริษัทต่างชาติ

ผมเอาเรื่องเหล่านี้ มาเล่าให้ฟัง เพื่อให้เห็นว่า คลื่นความถี่ 3 จี ในวันนี้ไม่ใช่แค่คลื่นความถี่โทรศัพท์ธรรมดาอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นคลื่นความถี่ที่โยงไปถึงความมั่นคงของชาติระยะยาวในอนาคต ไม่ใช่เป็นคลื่นการค้าอย่างเดียวที่เอามาประมูลขายกันง่ายๆ แม้แต่ มาเลเซีย และ สิงคโปร์ ประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่มีโทรศัพท์ระบบ 3 จีใช้หลายปีแล้ว ก็ไม่ใช้วิธีการประมูลขายแบบที่ กทช.กำลังทำ แต่ใช้วิธี “ประกวดคุณสมบัติของผู้ประกอบการ” เพื่อรักษาความมั่นคงของชาติเอาไว้

แต่ กทช.คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กลับไม่รู้ร้อนรู้หนาวถึงผลกระทบที่จะมีต่อความมั่นคงของชาติ เหมือนหลายประเทศที่ผมยกตัวอย่างมาเล่าให้ฟัง เร่งเปิดประมูลขายคลื่นความถี่ 3 จี แบบเปิดกว้างให้บริษัทต่างชาติประมูลซื้อได้อย่างเสรี เพื่อหวังเงินก้อนใหญ่อย่างเดียว ก็ไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไร

ที่น่า เศร้าใจที่สุดก็คือ การวางเฉยของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ การวางเฉยของนายกรัฐมนตรี การวางเฉยของกองทัพไทย และการวางเฉยของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทั้งๆที่เป็นเรื่องที่จะมีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติในอนาคต ก็ไม่รู้ทุกวันนี้พวกท่านทั้งหลายร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

Source:Link

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: