สัมภาษณ์พิเศษ: “วรุธ สุวกร”กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน)

พัฒนาเทคโนโลยีให้ดี ลูกค้าจะมาหาเราเอง
สัมภาษณ์พิเศษ:  “วรุธ สุวกร”กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน)

ก่อนหน้านี้ประมาณ 30 ปี คงไม่มีใครคาดคิดว่า “โทรมือถือและอินเตอร์เน็ต” จะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ แต่ทุกวันนี้แทบจะกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว กลายเป็นปัจจัยที่ 5-6 ที่มนุษย์จำเป็นต้องมี

แต่การพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารของไทย กลับเป็นไปอย่างเชื่องช้า เมื่อเทียบกับประเทศที่เจริญแล้ว ทั้งที่ประเทศเราเองก็ไม่ด้อยกว่าใครในด้านเทคโนโลยี ดูง่ายๆ เรามี “ดาวเทียม” ก่อนประเทศอื่นๆในภูมิภาคนี้ด้วยซ้ำไป
ปัญหาทั้งหมดที่ทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีของไทยล่าช้านั้น คงไม่ต้องพูดกันมาก เพราะเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ก็รู้อยู่ว่ามันมีปัญหามาจาก “การเมือง” ที่เข้ามาล้วงลูกแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกับ “ภาคเอกชน” รายใหญ่ ที่ผูกขาดธุรกิจสื่อสารในประเทศไทย

เรื่องเหล่านี้แม้ “วรุธ สุวกร”กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) จะพยายามหลีกเลี่ยงไม่พูดถึง แต่ข่าวที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ก็พอจะบ่งบอกทิศทางของ TOT ได้เป็นอย่างดีว่าจะต้องเดินหน้าต่อไปอย่างไร?

“วรุธ” ให้สัมภาษณ์กับ “สยามรัฐ”ว่า ทิศทางการดำเนินงานของของ TOT ปี2553 เป็นเรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยีว่า เรื่องแรกที่จะทำคือ เรื่อง Network หรือระบบโครงข่ายของ TOT โดยได้ตั้งเป้าหมายสู่การให้บริการที่ดี ที่เรียกว่า 24 คูณ 7 ระบบจะต้องมีคุณภาพในการให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ในทุก 7 วัน สิ่งสำคัญที่กำลังดำเนินการอยู่ คือ การสร้างโครงข่าย Broad Band ซึ่งน่าจะแล้วเสร็จในกลางปีหน้า จะสามารถรองรับอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้อย่างพอเพียง

ประเด็นต่อไปที่จะทำคือ โครงข่ายเส้นใยแก้ว (Fiber Optics) ไปสู่บ้านผู้ใช้บริการ ซึ่งเราก็จะนำเทคโนโลยีที่เรียกว่าเคเบิลใยแสงนำแก้ว (Fiber Optics) ไปถึงผู้ใช้บริการ เป็นการให้บริการด้วยเทคโนโลยี เพื่อให้บริการครบวงจร ไม่ว่าจะเรื่องของ Broad Band Multimedia และInternet หรือบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการวาง Content ผู้ใช้บริการสามารถใช้บริการเสริม สั่งซื้อสินค้าโดยตรงจากผู้ผลิต ซึ่งแตกต่างจากระบบทีวีแบบเดิม ที่ดูได้เพียงอย่างเดียว แต่ระบบที่เราวาง จะสามารถตอบกลับ หรือสั่งซื้อสินค้าได้ เป็นระบบแบบInter Active ที่พูดมาทั้งหมดเป็นโครงข่ายFixline หรือโครงข่ายตามสาย อนาคตก็จะเป็นเรื่องของโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 หรือที่เรียกว่า 3G ก็จะได้รับการติดตั้ง และขยายบริการครอบคลุม ทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้มากที่สุด

ความหมายก็คือ พยายามไม่ให้เกิดช่องโหว่ได้ แต่จริงๆ มันอาจจะมีช่องโหว่เช่น เราอาจจะติดตั้งไม่แล้วเสร็จ ซึ่งปีหน้าเราจะพยายามให้เสร็จให้ได้ อาจจะขอติดตั้งจากเจ้าของอาคารเจ้าของพื้นที่ซึ่งอาจมีปัญหาในการเข้าไป เจรจา โดยโครงข่ายของเราจะมีระดับความเร็วไม่ต่ำกว่า7.2 Mbps
แต่ในทางเทคโนโลยีแล้ว 7.2 Mbps เมื่อมีจำนวนผู้ใช้ในจุดเดียวกันเยอะๆ มันก็ต้องแชร์ Bandwidth มันไม่เหมือนกับการผ่านสาย เรื่องนี้ต้องพูดกันให้ชัดเจน
เดี๋ยวผู้เช่าจะมาบอกว่า ทำไมเวลาเช็กสัญญาณ มาไม่ครบ 7.2 Mbps ก็ต้องอธิบายให้ผู้ใช้บริการทราบ ระบบที่เราวางทำให้ผู้ใช้บริการ Multimedia หรือ Broad Band ได้อย่างมีคุณภาพ ก็คือ พยายามทำให้สามารถใช้บริการได้ดี โดยไม่เสียความรู้สึก เช่น ภาพไม่กระตุก เสียงชัดเจนพยายามทำเรื่องเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด

สำหรับอนาคตต่อไป ปีหน้าจะทำให้เทคโนโลยีทั้งระบบเคลื่อนที่ และระบบFixline  สามารถ Convergence หรือมารวมกันได้ บนพื้นฐานเทคโนโลยีเดียวกันซึ่งจะทำให้เมื่อใช้อุปกรณ์ In User หรืออุปกรณ์ปลายทางมาต่อเชื่อม ก็จะได้บริการที่เหมือนกัน ตัวอย่าง Content หรือบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเกิดบริการอะไรสักชนิด ก็สามารถจะถ่ายไปสู่ Network ของFixline และระบบเคลื่อนที่ได้พร้อมกัน ก็คือเทคโนโลยีก็จะเกิดขึ้นเหมือนกัน

ฉะนั้น บางคนที่เรียกว่า Conver gence ที่เขาเรียกเป็นศัพท์สูง จริงๆ มันก็คือเทคโนโลยีเดียวกัน พยายามทำให้เกิดเทคโนโลยีเดียวกัน ก็แค่นั้น เมื่ออุปกรณ์หรือบริการต่างๆ ส่งบนรากฐานเดียวกันก็จะสามารถส่งผ่านเข้าทั้งโครงข่ายเคลื่อนที่และระบบ Fixline การใช้ศัพท์สูงเกินไปทำให้ชาวบ้านไม่เข้าใจ ที่จริงมันคือการพยายามใช้เทคโนโลยีเดียวกัน แต่ระบบเคลื่อนที่มันจะช้ากว่าครึ่งก้าว

ระบบเคเบิลมีความจุมาก แต่สมัยก่อนมีปัญหาคือ สัญญาณมันหักเหไม่ได้ แต่ตอนนี้สามารถหักเหได้ แบ่งช่องสัญญาณได้อีก แบ่งโดยใช้สี สร้างสีขึ้นมาในใยแก้วมันพัฒนาไปไกลมาก แต่การลงทุนโครงข่ายต้องใช้วงเงินสูง ในประเทศมาเลเซียรัฐบาลเขาช่วยจ่ายชดเชยให้เป็นแสนล้านถามวางวงเงินขนาดนี้ TOT รับไหวไหมคงรับไม่ได้

เพราะฉะนั้น ต้องอยู่ที่นโยบายของภาครัฐ จะมีนโยบายในเรื่องของโครงข่ายโทรคมนาคมพื้นฐานอย่างไร ปัจจุบันโครงข่ายมันก็มีอยู่ แต่ไม่ถึงผู้เช่า ตัวต่อเชื่อมจากเสาไฟฟ้าสู่บ้านผู้เช่า บางส่วนเรายังใช้เป็นสายทองแดง พวกนี้ลงทุนมหาศาลยิ่งสถานการณ์ปัจจุบัน ผมว่ามูลค่าในการลงทุนเป็นแสนล้านทั่วประเทศ

ส่วนในอนาคตเป็นเรื่องของ 4G อย่างเช่น ประเทศเกาหลี ที่เคยไปดูงานเขาเริ่ม 4G ความเร็วที่เขาคุยไว้มีมากถึง100 Mb ซึ่งเหลือเฟือ แต่ว่าแบ่งแล้วจะมีข้อจำกัด คือถ้าคนใช้เยอะๆ ก็ต้องแบ่งพอแชร์ก็ต้องโหลด คือแย่งกันใช้ มันมีข้อจำกัดอย่างนี้ เทคโนโลยีมันไป ก็ต้องไปพร้อมๆ กัน ก็มีข้อจำกัดของแต่ละประเภทอยู่ แต่ระบบสายไม่มีข้อจำกัด เพราะสามารถใส่ปริมาณเข้าไปได้ ถ้าคุณเพิ่มสายเพิ่มวงจรเข้าไป ที่เกาหลีทำมาแล้ว 4 ปีซึ่งมันก็เหลือเฟือ แต่มันยังไม่ Commer cial ของซัมซุง ก็เคยเอาระบบมาให้เราดู

ปัจจุบันในเกาหลี 3G เขาไม่ได้วางทั่วนะ บางจุดยังใช้ 2G อยู่ อนาคต 2G หรือ 2.5G ก็ต้อง Lost ไปโดยปริยายด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เรื่อง3G เป็นเรื่องของนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว ว่าจะให้ดำเนินการลงทุนรูปไหน ตอนนี้รัฐบาลไม่ต้องการให้เราพูดเรื่องการแข่งขันเชิงธุรกิจ เป็นเรื่องของการให้บริการ ในเรื่องของราคาเราคงไม่เข้าไปแข่งขัน เพราะเราเป็นองค์กรของรัฐ มีหน้าที่บริการประชาชนและสังคม ก็ต้องให้บริการไปตามศักยภาพ

ทางด้านผลการดำเนินงานของ TOT ในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา เมื่อเปรียบเทียบกัน ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ ยังมีกำไรอยู่ ปีที่แล้วกำไร 4 พันกว่าล้าน ปีนี้น่าจะ4-5 พันล้าน อาจจะโตขึ้นมานิดหน่อย กำไรดีขึ้นเท่านั้นเอง แต่เนื่องจากว่าการลงทุนของเราสูง ผลตอบแทนที่กลับมาจึงต้องใช้เวลา ประกอบกับต้นทุนในเรื่องของราคาซึ่งเราไม่ได้แข่งขันทางด้านราคา ราคาที่ได้มา เราไม่ได้ขยับเพิ่มขึ้น ตามเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น ซึ่งยิ่งเทคโนโลยีเปลี่ยนไปราคายิ่งสูง ซึ่งก็เป็นไปตามกลไก ผมก็ไม่ได้ไปเร่งราคา เพื่อไปเอา Return กลับมาเร็วๆ เพราะเราต้องบริการตอบสนองให้กับผู้ใช้บริการอยู่แล้ว

ส่วนเรื่องของบุคลากร ต้องพัฒนาบุคลากรของเราไป เป็นพื้นฐานโดยทั่วไปเราต้องมาดูว่า บุคลากรซึ่งจะรองรับเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นได้ ในอนาคตผมคิดว่า บุคลากรทางด้านไอที ทางด้านโทรคมนาคม เริ่มขาดแคลน โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาภาคเอกชน น่าจะผลิตบุคลากรด้านนี้โดยเฉพาะ

เน้นไปที่การแก้ไข หรือซ่อมแซมอุปกรณ์พื้นฐานได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ระบบต่างๆ
อนาคตคิดว่า ยิ่งเกิดสภาวะของการแข่งขันเพิ่มขึ้น การที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้น พื้นฐานของคนจะต้องมีการแก้ไขอย่าง TOT ถึงจะมีสถาบันที่ฝึกอบรมพวกนี้ ก็ต้องมีพื้นฐานในเรื่องของวิชาวิศวกรหรือวิศวกรรมประกอบ ก็คือบุคลากรทาง
ด้านปฏิบัติการ พวกที่จบวิศวะฯ มานั่งตั้งโต๊ะนี่ มันคงหมดยุค แต่คนที่เป็นภาคปฏิบัติโดยเฉพาะ ต้องมีอย่างพอเพียง และพวกนี้ต้องทันต่อเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น ไม่งั้นก็ลำบาก

เนื่องจากเราไม่ได้พัฒนาและวิจัยขึ้นมาเอง พูดง่ายๆ R&D เราไม่มีพอเพียงเราไม่เหมือนประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงหรือประเทศที่เขา พัฒนาไปแล้ว อย่างเกาหลี ช่วง 30 ปีมานี้ เห็นเขามีความแตกต่างเยอะ เขามีการส่งบุคลากรไปดูงานและไปศึกษาอบรมในประเทศต่างๆที่มีแผนธุรกิจที่ดี เทคโนโลยีที่ดี เขาก็เอากลับมาพัฒนาในประเทศของเขา ซึ่งเราไม่มีระบบการศึกษาที่ชัดเจนอย่างนั้น เราต้องมีการลงทุนในด้านนี้ ซึ่งพวกนี้มีการลงทุนสูงต้องใช้ระยะเวลา ถ้าเราจะซื้ออย่างเดียว อนาคตเราจะลำบาก

ในเรื่องบุคลากร ในเรื่องของการตลาด ที่บอกคือ เราไม่ได้แข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคา เรื่องของการแย่งลูกค้าเราคงจะไม่ได้ทำ ส่วนใหญ่เราก็ให้บริการในพื้นที่ ซึ่งผู้ให้บริการรายอื่นไม่ได้ให้บริการเช่น พื้นที่ที่เรียกว่ากันดาร หรือพื้นที่ที่ไม่ได้สร้างกำไร ฉะนั้น ถามว่าจะแข่งขันหรือเปล่า คงไม่ บริการใหม่ๆ ในอนาคตที่น่าสนใจ คือมีบริการ Conference ต่างๆซึ่งจะเริ่มมีบทบาท เราอาจจะใช้บริการที่เรียกว่า TOT E- Conference บริการของIDC อนาคตก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประเทศก็คือ Integrated Data Center  ซึ่งเป็นการบริการสำรองข้อมูล ซึ่งเราเริ่มติดตั้งและพัฒนาขึ้น เราทำเองทั้งหมดและเปิดบริการให้กับภาครัฐและเอกชน เช่าใช้เราตั้ง IDC ขึ้นมาไม่ได้ต้องการแข่งขันกับภาคเอกชน เราทำเพื่อต้องการสร้างความมั่นคงด้านฐานข้อมูลให้กับประเทศไทย ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกเขาก็มีระบบฐานข้อมูลกลางแบบนี้ด้วยกันทั้งนั้น ระบบดังกล่าวปัจจุบันสร้างเสร็จแล้ว จะเปิดใช้บริการในปีหน้า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการปรับปรุงพื้นที่ และวางระบบรักษาความปลอดภัย

ทิศทางของ TOT ที่ตั้งไว้ ก็คือ การให้บริการตามศักยภาพที่มี โดยจะไม่แข่งขัน หรือช่วงชิงลูกค้ากับใคร โดยมองว่าเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปจุดหนึ่ง ผู้บริโภคก็ต้องพัฒนาตามไปเองโดยอัตโนมัติ สิ่งที่TOT ต้องทำคือ การให้บริการที่ดีและมีคุณภาพ ลูกค้าก็จะมาหาเราเอง…

Source: สยามรัฐ ฉบับวันที่ 30 พฤศจิกายน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: