บิ๊กเทเลนอร์หนุนดีแทคสู้ศึก 3G

ช้าไม่ได้ – บัคซอส (กลาง) นายใหญ่เทเลนอร์ ยัน 3G มีประโยชน์กับผู้บริโภคและเศรษฐกิจโดยตรงมากกว่าการแปรสัญญาสัมปทานซึ่งถือ เป็นคนละเรื่องกัน “จอน เฟรดริค บัคซอส” นายใหญ่เทเลนอร์ ชี้พร้อมหนุนหลังดีแทคลงทุน 3G ในประเทศไทย ประกาศพร้อมยอมรับทุกเงื่อนไขรัฐ แจงการแปรสัญญาสัมปทานกับการประมูล 3G เป็นคนละเรื่องเดียวกันอย่าเอามาผูกกันให้มั่ว ยันเกิด 3G ประเทศไทยมีแต่ได้ประโยชน์ จอน เฟรดริค บัคซอส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์ กรุ๊ป กล่าวถึง การลงทุนโครงข่าย 3 G ในเมืองไทยว่า ปัจจุบันตลาดสื่อสารประเทศไทยมีความพร้อมอย่างมากกับการนำระบบ 3G เข้ามาใช้งาน ผู้บริโภคส่วนใหญ่มีประสบการณ์กับการใช้งานเครือข่าย 2G มาระยะหนึ่งแล้ว 3G จึงเป็นก้าวต่อไป “การมาของ3G จะส่งผลดีกับประเทศไทยหลายด้านที่เห็นไม่เฉพาะแต่ตลาดโทรคมนาคมเมืองไทยจะ พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง ก้าวทันประเทศเพื่อนบ้าน แต่จะส่งผลดีกับหลายด้าน เพิ่มการจ้างงาน กระตุ้นระบบเศรษฐกิจในประเทศได้อย่างมาก อย่างบังกลาเทศซึ่งเทเลนอร์ไปลงทุนระบบ 3G แล้วปัจจุบันโอเปอเรเตอร์อยู่ระหว่างเตรียมตัวนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ฯ” บัคซอส กล่าวว่า ด้วยพัฒนาการของระบบ 3G ประโยชน์สูงสุดจะตกอยู่กับผู้บริโภค ภาครัฐควรส่งเสริมให้เกิดขึ้นในเมืองไทยในเร็ววันนี้ และไม่ควรนำไปผูกกับเรื่องแปรสัญญาสัมปทานของดีแทคที่คิดว่าต้องทำเรื่องนี้ ก่อน เพราะ2 เรื่องไม่ใช่เรื่องเดียวกันเพราะการแปรสัญญาสัมปทานไม่ได้ส่งผลประโยชน์กับ ผู้บริโภคโดยตรงเหมือนการเกิดขึ้นของ 3 G ในส่วนประเด็นถูกโจมตีว่าดีแทคเป็นของต่างชาตินั้น บัคซอสกล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่ว่าเทเลนอร์ลงทุนประเทศไหนก็ให้ความสำคัญกับกฎระเบียบของประเทศ นั้นๆอยู่แล้ว โดยดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายของแต่ละประเทศ และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตามกฎหมายไทย ซึ่งทุกวันนี้มั่นใจว่าดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายไทยอยู่แล้ว “ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์เคยถามดีแทคเรื่องโครงสร้างผู้ถือหุ้น เราก็พร้อมให้ข้อมูลตลอดเวลา” ซิคเว่ เบรคเก้ เจ้าหน้าที่บริหารสูงสุดเทเลนอร์ เอเชีย กล่าว บัคซอส กล่าวว่า เทเลนอร์และดีแทคมีความพร้อมในการเข้ามาพัฒนาเครือข่าย 3G ในประเทศไทย โดยเทเลนอร์มีประสบการณ์ในการลงทุน3G ทุกประเทศในยุโรปยกเว้นยูเครนที่รอเรื่องไลเซ่นส์อยู่ โดยรูปแบบการของการลงทุนด้านเครือข่ายในแต่ละประเทศของโอเปอเรเตอร์ส่วนใหญ่ จะใช้เงินลงทุนประมาณ 10-15%ของยอดขายแต่ละปี แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างเป็นองค์ประกอบเช่น ความต้องการของตลาด การแข่งขันในการออกบริการใหม่ รวมทั้งปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจโดยรวม แต่สำหรับประเทศไทยยังบอกรายละเอียดไม่ได้ ปัจจุบัน ประชากรผู้ใช้โทรศัพท์ทั่วโลกประมาณ 4 พันล้านคน ในจำนวนนี้เป็นลูกค้าของเทเลนอร์ประมาณ 172 ล้านคน เมื่อมองในแง่จำนวนฐานลูกค้าด้านโทรคมนาคมด้วยกัน เทเลนอร์นับเป็นบริษัทใหญ่อันดับ 6 ของโลก และจากปริมาณฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในแต่ละปีส่งผลให้เริ่มอิ่มตัว โดยเฉพาะการใช้บริการด้านเสียง คู่แข่งหลายรายเริ่มปรับตัวมองหาตลาดใหม่ๆเพื่อสร้างรายได้ โดยมองว่าการมาของ 3G จะสร้างตลาดให้เกิดใหม่อีกครั้งโดยเฉพาะการใช้งานด้านข้อมูล แต่ปริมาณการใช้งานด้านเสียงที่เป็นสัดส่วนประมาณ 70% ก็จะยังคงเป็นส่วนที่ทำรายได้หลักให้แก่โอเปอเรเตอร์อยู่ แม้ว่าข้อมูลจะเป็นตัวช่วยสร้างช่องทางใหม่ๆให้เกิดขึ้นได้อีกมากโดยดีแทค วางตัวว่าจะเป็นเสมือนพรีเซ็นเตอร์เพื่อนำเสนอบริการใหม่ๆให้กับลูกค้า ซิคเว่ กล่าวว่า ล่าสุดเทเลนอร์ลงทุนประมาณ 3,000 ล้านเหรียญ ร่วมกับพาร์ทเนอร์เปิดบริษัทใหม่ชื่อ ยูนินอร์ (Uninor) กำลังเตรียมตัวเปิดให้บริการ 3G ในประเทศอินเดีย หลังเปิดให้บริการคาดว่าส่งผลให้ตลาดโทรคมนาคมของอินเดียเติบโตเป็น 2 เท่าใน 2-4 ปีข้างหน้า พร้อมยกตัวอย่างประเทศนอร์เวย์ซึ่งปัจจุบันประชากรผู้ใช้โทรศัพท์สูงเกิน 100 % การใช้งานด้านเสียงอิ่มตัวจำเป็นต้องมีตัวกระตุ้นเพื่อสร้างรายได้ใหม่ๆ อย่างบริการด้านข้อมูลคือ ไอโฟนและโมบายอินเทอร์เน็ตผ่านทางโน้ตบุ๊กและมือถือ “ภายใต้ 3G จะเกิดบริการใหม่หลายอย่าง เกิดรายได้ใหม่ ซึ่งไม่ได้เป็นการแย่งรายได้จากบริการเสียงรูปแบบเดิม แต่จะเป็นการสร้างโอกาสของตลาดใหม่ๆ และจะเกิดการเคลื่อนย้ายช่องทางใช้งานอย่าง Digiบริษัทลูกเทเลนอร์ในมาเลเซีย 50 % ของผู้ใช้เฟสบุ๊กที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านฟิกไลน์ เปลี่ยนมาใช้บริการผ่านโทรศัพท์มือถือเมื่อมีการเปิดบริการ3G”

Source: Link

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: