มรดกบาป 3 จี

เรื่องที่ผมจั่วหัวไว้ก็เรื่องสุดฮอตประมูลคลื่น 3 จีที่กำลังระอุแดดอยู่ในเวลานี้ หลังคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. เคาะราคาประมูลเบื้องต้นออกมาแล้ว ซึ่งคงจะสะใจกลุ่มทุนน้อยใหญ่ที่อยากจะกู้ชาติจนน้ำลายสอเป็นแน่! เพราะเคาะไลเซ่นส์แรกเข้าเอาไว้แค่ 4,600-5,200 ล้านบาทเท่านั้น

แต่สำหรับเขา “ฮาร์ดคอ” อย่าง “ดร.สมเกียรติ” แห่งทีดีอาร์ไอ หรือ “บักใส” ค่ายแป๊ะยิ้มที่ตั้งเป้าค่าไลเซ่นส์เอาไว้ซะสูงลิ่วนับแสนล้านบาทนั้นคงแน่นจุกอกตายแน่!
เรื่องค่าไลเซ่นส์ 3 จีจะถูกแพงยังไงนั้นคงต้องปล่อยให้เก็บไปคิดกันเองครับ เพราะยังต้องว่ากันอีกหลายยก แต่ที่ผมอยากตั้งข้อสังเกตให้ทุกฝ่ายโดยเฉพาะนายกฯ “มาร์ค” ได้ตระหนักกันไว้ตรงนี้ หากจะถามว่า วันนี้บริษัทสื่อสารจ่ายค่าต๋งให้รัฐกันสักกี่มากน้อยไม่ว่า AIS DTAC หรือ True Move หรือผู้รับสัมปทานรายอื่นๆ

เฉลยให้ก็ได้ เอไอเอสนั้นจ่ายค่าสัมปทานให้รัฐปีละไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท ดีแทค 17,000 ล้านและทรูมูฟก็คงไม่ต่ำกว่าปีละ 5,000 ล้านบาทขึ้นไปครับ เพราะงั้นหากวันนี้แต่ละรายค่าไลเช่นส์แรกเข้า 3 จีไปเลย 10,000 ล้าน หรือ 2-30,000 ล้านบาท แล้วได้คลื่น 3 จีไปครองตลอดชีพ (ไม่ใช่แค่ 15-20 ปี) อย่างสัมปทานเดิมมันคุ้มกันหรือไม่

ไม่ต้องใช้หัวสมองคิดให้เปลืองหรอกครับ เอาหัวแม่…(เท้า) คิดแทนก็ยังได้! มันก็อีหรอบเดียวกับที่กระทรวงอุตสาหกรรมประมูลโรงเหล้าเสรีให้ “เจ้าพ่อน้ำเมา” เหมาไปเมื่อ 10 ปีก่อนนั่นแหละ ผลเป็นยังไง ตลาดเหล้าเสรีวันนี้เป็นยังไงก็ดูกันเอาเองเถอะพี่น้องเอ้ย!

แต่เรื่องนี้จะไปโทษ กทช.ไม่เห็นแก่ประโยชน์ชาติสมคบคิดกับบริษัทเอกชนซูเอี๋ยปล้นชาติก็ไม่ได้ เพราะต้องดูด้วยว่ากฎหมายจัดตั้ง กทช.เขามีอำนาจมากน้อยแค่ไหน จะให้ไปกำหนดค่าต๋งสัมปทานกันเป็น 10,000 ล้านหรือเป็นแสนล้วนอย่างที่นักวิชาการไดโนเสาร์เสนอมานั้น

ขอโทษเถอะ! ทำธุรกิจบ้าอะไรมันจะจ่ายค่าสัมปทานแรกเข้ากันได้อักโขซะขนาดนั้น ขนาดเคาะราคาแต่ 10,000 ล้าน ทุนสื่อสารบ้านเรายังร้องกระจองอแงโร่ไปฟ้อง “ป๋าเทือก” ว่าถูกรังแกอยู่เลยไม่ใช่หรือ ไหนจะต้องหาเงินมาลงทุนอีกกันเป็นหมื่นล้านอีก!

ผมอยากจะฟันธงไว้ตรงนี้ครับ ต้นเหตุที่ทำให้ทิศทางโทรคมนาคมบ้านเราและโดยเฉพาะ 3 จี มันเข้ารกเข้าพงทำท่าจะถูกหวยแจ็กพอตกันยกใหญ่นั้น ก็ล้วนมาจากมรดกที่ผิดพลาดอันใหญ่หลวงของพวกเราที่ดันไปได้รัฐบาล “ขิงเน่าเต่าง่อย” มาเป็นรัฐบาลเมื่อ 2-3 ปีก่อนนั้นแหละ!
ต้นเหตุที่ทำให้บริษัทสื่อสารทั้งหลายทำท่าจะถูกหวย “แจ๊กพ็อต” กันถ้วนหน้ากับการประมูลคลื่น 3 จี ที่ผมว่าเป็นมรดกที่ผิดพลาดจากการที่เราไปได้ข้าราชการเป็ดง่าย นักวิชาการ และนักกฎหมายไดโนเสาร์ที่ไม่เคยรู้เรื่องกิจการโทรคมนาคมมาบริหารประเทศและลุยกำถั่วนโยบายโทรคมนาคมที่มันยุ่งยากสลับซับซ้อน
ผลพวงมันจึงมาลงเอยเอาที่การประมูล 3 จี ในวันนี้ไงครับ!

ผมขอนำข้อมูลเก่าที่ผมเขียนแปะข้างฝาเอาไว้ในคอลัมน์นี้ตั้งแต่ 16 พฤษภาคม 50 มาให้อ่านกันอีกหนครับเพราะมันเกี่ยวพันกับการประมูล 3 จี ที่กำลังจะมีขึ้นนี้ และโดยเฉพาะ คุณกล้านรงค์ จันทิก กับ อาจารย์ แก้วสรร อติโพธิ เลขานุการ คตส.ชุดประวัติศาสตร์นั้น ท่านควรตั้งใจอ่านกันให้ดีๆ นะครับว่าผมเขียนไว้อย่างไร

“เหตุผลในการชักค่าต๋งสัมปทานแปลงมาเป็นภาษีสรรพสามิตนั้น รัฐบาลเก่า (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) เขาไม่ได้คิดและมองอะไรตื้นๆ อย่างที่พวกท่านมองกันหรอกครับ แต่เพราะเห็นว่าในอนาคต 5-7 ปีข้างหน้าหลังสัญญาสัมปทานเหล่านี้สิ้นสุดลง ค่าต๋งเป็นหมื่นล้านที่หน่วยงานรัฐเคยได้รับเป็น “เสือนอนกิน” จะหมดไป

ต่อไปบริษัทสื่อสารจ่ายแค่ค่าธรรมเนียม 7-8% ให้ กทช. ก็เปิดให้บริการโทรคมนาคมได้เผลอๆ ไม่ต้องรอถึง 3 ปี 5 ปีหรอก เพราะตอนนี้หลายบริษัทก็ดอดไปขอไลเซ่นส์ใหม่กันเป็นพรวนแล้วอีกปีสองปีข้าวหน้าก็ไม่เหลือซากอะไรให้รัฐเก็บเกี่ยวค่าต๋งกันแล้วครับพี่น้อง!
นี่ต่างหากที่ทำให้รัฐบาลชุดก่อนรีบชิงออก พ.ร.ก.เก็บภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคม ซึ่งนอกจากจะทำให้รัฐยังคงมีรายได้จากเม็ดเงินภาษีแล้ว การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตที่จัดเก็บเป็นรายเดือนรัฐยังแก้ปัญหาถึงแตกชักหน้าไม่ถึงหลังได้อีก แถมเม็ดเงินภาษีที่ได้นั้นยังเต็มเม็ดเต็มหน่วย
เพราะไล่เก็บจากทุกบริษัทไม่ว่าจะมีสัมปทานหรือไม่ก็ตาม
ก็ไม่เพราะรัฐบาล คมช.ที่ซื่อบื้อไปยกเลิกภาษีตัวนี้หรอกหรือ ถึงทำให้วันนี้กระทรวงการคลังถึงชักหน้าไม่ถึงหลัง ถึงกับมีหนังสืออ้อนให้ 2 หน่วยงาน คือ บริษัททีโอทีและบริษัท กสท โทรคมนาคมช่วยส่งค้าต๋งเป็นรายเดือนแบบเดิมให้อยู่นี้
เรื่องทุเรศแบบนี้ ผมเชื่อว่าหากรัฐบาลใหม่เข้ามาคงไม่ปล่อยให้ ครม. “ขิงเน่า-เต่าง่อย” ชุดนี้ลอยชายไปได้แน่ มีอย่างที่ไหนทำเม็ดเงินรัฐหล่นหายไปนับหมื่นล้านในกรณี “หวยบนดิน” ไม่พอ ยังทำเรื่องงี่เง่าซ้ำสอง ทำเม็ดเงินภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมหายไปนับหมื่นล้านต่อปีเข้าไปอีก”
ที่ผมต้องหยิบยกข้อเขียนเก่าข้างต้นกลับมาเตือนความจำพวกเรากันอีกครั้ง ก็เพราะว่ามันเกี่ยวพันกับการประมูลคลื่น 3 จีที่ว่านี้ เพราะหากรัฐบาลชุดก่อนไม่ซื้อบื้อไปยกเลิกภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมทิ้งไป ต่อให้วันนี้รัฐได้ค่าไลเซ่นส์ 3 จี จากบริษัทสื่อสารที่จะประมูลกันแค่ 5,000-10,000 ล้านบาท รัฐก็จะไม่เสียเปรียบใดๆ

เพราะผู้ประกอบการเหล่านี้ยังคงมีหน้าที่ต้องไปเสียภาษีสรรพสามิต โทรคมนาคมอีกต่อไปอัตรา 2% สำหรับโทรพื้นฐาน และ 10% สำหรับมือถือ ทั้งยังอาจปรับเพดานภาษีตัวนี้ขึ้นไปเป็น 10% และ 20% ได้อีกในอนาคต เพื่อชดเชยค่าต๋งค่าสัมปทานที่จะหมดลงในอนาคตอีกด้วย!
เมื่อไร้กฎหมายตัวนี้ รัฐบาลจึงไม่มีเครื่องไม้เครื่องมืออื่นใดจะไปไล่เบี้ยเก็บค่าต๋งที่มันจะหดหายไปได้ผมจึงได้ตอกย้ำมาโดยตลอดไงครับว่า เป็นความโชคร้ายของประเทศเราที่ได้รัฐบาล “ขิงเน่า-เต่าง่อย” ได้อดีตข้าราชการเป็ดง่อย นักวิชาการไดโนเสาร์มาบริหารประเทศจริงๆ
ก็เหมือนเด็ก “สุดโค้ย” ที่เผาบ้านไล่จับหนูจนวายวอดไปนั่นแหละ นี่ก็กำลังดอดไปเผาเพื่อนบ้านไล่จับหนูตัวเก่านั้นอีกแล้วครับ!!!–จบ–

โดย..เนตรทิพย์ / ที่มา.นสพ.ไทยรัฐ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: