ผ่าทางตันฮัลโหล 3 จี (update)

            เรื่องที่ คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ผู้บริหารทรู คอร์ปอเรชั่นออกโรงกระทุ้งให้รัฐ และ กทช. ร่วมกันกอบกู้ชาติตีกันไม่ให้คลื่น 3 จี ต้องตกไปอยู่ในมือทุนต่างชาติ (แถมเป็นรัฐวิสาหกิจต่างชาติ)  ที่เข้ามาครอบงำกิจการโทรคมนาคมไทย แถมยังปลุกเลือดรักชาติยอมไม่ได้หากฮัลโหล 3 จี จะตกไปอยู่ในมือต่างชาติ เพราะเป็นเรื่องของความมั่นคง ว่าเข้าไปนั่น

            เพียงแต่สะกิดใจอยู่หน่อยก็ถ้า 3 จี ยอมเข้าไม่ได้แล้ว ได้ที่เป็นอยู่เวลานี้ทั้ง 2 จี หรือที่อัพเกรดเป็น 3 จี  ผ่านอุปกรณ์ HSPA   อะไรนั่น ยอมกันไปได้ยังไง ใช้กันมาเป็นปีเป็นชาติแล้วไม่รู้สึกอะไรเลยหรือพี่น้องเอ๋ย!!

            ส่วนเรื่องค่าต๋ง 3 จี ใหม่ที่ว่าไม่ควรยึดผลประโยชน์สูงสุดเป็นเกณฑ์อะไรนั้น ผมเองเห็นด้วยกับคุณศุภชัย และท่านนายก “มาร์ค” ที่เคยไปมอบนโยบายให้ กทช. ก่อนหน้านี้ครับ เพราะในอดีตเราได้เป็นความล้มเหลวการประมูลสัมปทานที่ยึดเอาแต่ค่าต๋งสูงสุดเป็นเกณฑ์กันมามากแล้ว อย่างสัมปทานของ ทริปเปิ้ล ทรีนั่นครับ

            เรื่องนี้พลเอกชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ประธาน กทช. เองยอมรับว่า กทช. เองก็ไม่อยากประมูล โดยยึดเอาค่าต๋งสูงๆ เป็นเกณฑ์ เช่นกัน เพราะประสบการณ์ในต่างประเทศอย่างยุโรปเองที่ประมูลกันเป็นหมื่นๆล้าน สุดท้ายผู้ประกอบการก็ม้วยเสื่อกลับบ้านเป็นแถว หรือแม้แต่ของไทยเองก็เคยเห็นกันมาแล้ว

            แต่ก็อย่างที่กล่าวไปเมื่อวานนี้แหละ หากจะให้ กทช. กำหนดค่าต๋งเอาแต่พองามก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจไปขึ้นศาลฐานวูเอี๋ยกับบริษัทเอกชนปล้านทรัพยากรของชาติกัน ไม่เห็นหรือครับยังไม่ทันได้ขยับประมูลอะไร ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ นักวิชาการจากทีดีอาร์ไอก็ออกมาดักคอแล้ว เพราะรายนี้คิดค่าต๋งไว้เสร็จสรรพ ปาเข้าไปเป็นแสนล้านโน่นครับ เอากะพี่เขาสิ แล้วอย่างนี้จะให้ กทช.ลุยกำถั่วไปได้ไง

            แต่หากจะใช้วิธีจัดสรรตรงไปที่ผู้ประกอบการโดยตรงอย่างที่จีนหรือเพื่อนบ้านกัมพูชาทำกันก็คงมีปัญหาตามมาอีก  เพราะบ้านเราดันมีโอปะเรเตอร์อยู่นับ 10 ราย ประเภทเครือข่ายเก่าก็ยังเอาตัวไม่รอด ก็ยังดอดไปแจมกับเขาด้วย ขืนแจกไปสุ่มสี่สุ่มห้า มีหวังได้พาเหรดขึ้นศาลกันตอนแก่

            ระบบกฎหมายและองค์กรอิสระบ้านเราเหมือนชาวบ้านร้านรวงเขาซะที่ไหน !!

            อันที่จริงหาก รมต.ไอซีที และรับบาลต้องการจะปกป้องบริษัทสื่อสารของรัฐ หรือแม้แต่บริษัทสื่อสารของไทยไม่ให้ถูกครอบงำจากทุนต่างชาติ ก็สามารถกำหนดเป็นนโยบายของรับออกมาได้อยู่แล้วครับ แต่ต้องทำเป็นมติ ครม. ออกมาครับ!  จะกำหนดหลักเกณฑ์  เงื่อนไขการประมูลใบอนุญาต 3 จี อย่างไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ แม้แต่การกำหนดคุณสมบัติบริษัทสื่อสารที่จะเข้าประมูลว่าจะต้องดูลึกไปถึงขั้นไหนจะตรวจสอบกันถึงกึ๋นอย่างไร จะดูกันแค่ที่จดแจ้งไว้กับกระทรวงพาณิชย์ หรือตรวจสอบเชิงลึกไปถึงอำนาจบริหาร หรือนอมินีอะไรก็ตามแต่

            หากรัฐบาลกำหนดหลักการออกมาเป็นมติ ครม. แล้ว กทช. เข้ามีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามอยู่แล้วครับ เพราะจะเป็นองค์การของรัฐที่เป็นอิสระ แต่ กทช. ต้องปฏิบัติตามนโยบายรับบาลครับ

            ปูพรมให้นายกฯ”มาร์ค” และคุณ “พี่นก-ระนองรักษ์” ซะขนาดนี้หากยังซื่อบื้อกันอยู่อีกผมก้ไม่รู้ว่าจะว่าไงแล้ว (ว่ะ) ครับพี่น้องเอ๋ย!!!!!

          เรื่องฮัลโหล 3 จี เป็นความโชคร้ายของประเทศที่ดันไปได้อดีตข้าราชการเป็ดง่อย ได้นักวิชาการและนักกฎหมายไดโนเสาร์มาบริหารประเทศก่อนหน้านี้ เรื่องมันถึงได้ยุ่งขิงเป็นยุงตีกันอย่างที่เห็นนั้น หากจะถามว่าหนทางผ่าทางตันปัญหานี้เพื่อไม่ให้รัฐสูญเสียผลประโยชน์นับแสนล้านไปนั้นยังจะกระทำได้หรือไม่!
          คำตอบก็คือยังมีหนทางอยู่ครับใน 2 รูปแบบด้วยกัน! หนึ่งนั้นก็คือการปัดฝุ่น พ.ร.ก.จัดเก็บภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมที่ผมว่าไปวานนี้ขึ้นมา แต่วิธีการนี้คงยากจะประสบผลสำเร็จ เผลอๆ จะถูกมองว่าเป็นความพยายามฟอกผิดให้รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณอะไรไปโน้นครับ!

          เพราะหลักการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมนี้ได้ถูกรัฐบาล “ขิงเน่า-เต่าง่อย” บิดเบือนเจตนารมณ์จนเข้ารถเข้าพงกลายเป็นเรื่องการทุจริตเชิงนโยบายไปแล้ว ขืนใครปัดฝุ่นนี้มามีหวังได้งานเข้าแน่ครับ!
          จึงเหลือเพียงหนทางที่สอง นั่นคือ การกำหนดนโยบายรัฐในเรื่องการประมูลคลื่น 3 จีที่จะมีขึ้นเพื่อเป็นแนวทางให้ กทช. ได้ปฏิบัติตามโดยตรง โดยต้องกำหนดเป็นมติคณะรัฐมนตรีออกมาให้ชัดเจน โดยให้มีการคิดค่าธรรมเนียมพิเศษเพิ่มเติม หรือ Premium Charge จากรายได้ประกอบการเป็นหลัก
          จะกำหนดพรีเมียมชาร์จ 15-20% ของรายได้และจะตั้งเงื่อนไขประมูลเพิ่มเติมใดๆ อาทิ การตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกบริษัทสื่อสารที่จะเข้าประมูลจะว่ากันถึงพริกถึงขิงขนาดไหน ห้ามบริษัทนอมินีเข้าร่วมอย่างไร หากกำหนดเป็นนโยบายรัฐ เป็นมติ ครม.ออกมาแล้ว กทช.เขาต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลครับ!
          แม้ กทช. จะได้ชื่อว่าเป็นหน่วยงานของรัฐที่เป็นอิสระ แต่ก็ต้องปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล หาไม่แล้ว กทช. ต้องรายงานผลการดำเนินงานกลับมายังคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติมาตรา 51 (9) และนายกฯเองยังสามารถเรียก กทช. มาชี้แจงเหตุผลที่ไม่ปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลได้อีก มีหนทางนี้หนทางเดียวครับที่จะผ่าทางตัน 3 จีได้

          ส่วนเรื่องของบริษัทนอมินี เรื่องของทุนสื่อสารต่างชาติอะไรนั้น ผมอยากให้พวกเราตั้งสติกันให้ดีๆ ครับหากเอไอเอส หรือดีแทคกระทำผิดกฎหมายโทรคมนาคมไทย หรือกฎหมายอะไรต่อมิอะไรดั่งที่ร้องแรกแหกกระเชอกันจริง

ขอโทษเถอะ! นายกฯ “มาร์ค” มัวทำอะไรอยู่หรือครับ ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ กระทรวงพาณิชย์มัวนั่งเอามือซุกหีบอะไรกันอยู่ หรือทำไมยังทนทู่ซี้ปล่อยให้บริษัทต่างชาติจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อยู่ได้
          ก็ถ้ารัฐบาลที่มีอำนาจทุกอย่างอยู่ในมือไม่อาศัยโอกาสนี้แก้ไขกฎหมายให้เข้ารูปเข้ารอย  แล้วจะมัวนั่งรอให้เทวดาหน้าไหนมาแก้ไขให้อีกหรือ หรือจะต้องให้ปฏิวัติรอบใหม่กันใหม่หรือไงพ่อเจ้าประคุณ!
          ก็ถ้าทั้งปืนผาหน้าไม้และกฎหมายที่มีอยู่ในมือยังขุดรากถอนโคนมรดกบาป “นายใหญ่” ที่ว่าไม่ได้ 9 เดือนมาแล้วยังได้แค่ไล่ตาม (เงา) วนในอ่างเป็นหนูติดจั่นอยู่แบบนี้ก็เลิกพูดไปเถอนอมินีอะไรที่ว่านั่นเหม็นขี้ฟันเต็มทน (ว่ะ)!!!–จบ–

โดย..เนตรทิพย์  / ที่มา นสพ.ไทยรัฐ

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: