ทบทวน 3G ต้องรอบคอบและรวดเร็ว

  ภายหลังการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ หรือ ครม.เศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2552 ประเด็นข่าวที่ถูกนำเสนอและได้รับความสำคัญมากที่สุด ได้แก่ กรณีที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) รายงานผลการ  วิเคราะห์เกี่ยวกับการที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม    แห่งชาติ หรือ กทช.จะออกใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่สาม หรือ 3จี (3G) ให้กับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ซึ่งนอกจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะตั้งประเด็นซักถามในหลาย ๆ เรื่อง ท้ายที่สุด ที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจมีมติให้นำเรื่องกลับไปทบทวนใหม่อีกครั้งหนึ่ง

          ภายหลังการประชุมดังกล่าว ประเด็นสำคัญที่มีผลกระทบต่อเนื่องสำหรับภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมโทรคมนาคม กลายเป็นกระแสร้อนที่ได้รับการเกาะติดในทันที นั่นคือ ข้อสังเกตของที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจเกี่ยวกับประเด็นทางกฎหมายหลาย ๆ เรื่อง อาทิ การออกใบอนุญาตในลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงาน หรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุน) หรือไม่ อย่างไรก็ตามประเด็นข้อกฎหมาย     ที่น่าสนใจที่สุดคือ บทบาทและสถานะของ กทช.ในปัจจุบัน สามารถออกใบอนุญาต 3G ได้หรือไม่ เพราะตัวกรรมการ กทช.เองยังอยู่ในกระบวนการคัดเลือกบุคคลเข้ามาทดแทนกรรมการจำนวนหนึ่ง      ที่หมดวาระและลาออกไป

          หากมองในประเด็นความรอบคอบ รัดกุม ก็ถือเป็นเรื่องดีที่ ครม.เศรษฐกิจเสนอให้ทบทวน อันนำไปสู่แนวทางที่คณะกรรมการ กทช.จะพิจารณาส่งเรื่องให้กฤษฎีกาตีความว่า กทช.มีอำนาจในการออกใบอนุญาตได้เลยหรือไม่ แต่ในขณะเดียวกันความกังวลที่ว่า การเปิดประมูลและออกใบอนุญาต 3G จะต้องเลื่อนเวลาหรือล่าช้าออกไปอีก ก็เป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายต้องพิจารณาและชั่งน้ำหนักด้วยเช่นกัน

          แม้จะเป็นเรื่องดีที่แต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะทบทวนข้อกฎหมายในการออกใบอนุญาต 3G ให้รอบคอบ หรือหากจะมีข้อเสนอจากกระทรวงการคลังเกี่ยวกับรูปแบบการให้ใบอนุญาตแยกส่วนระหว่างกิจการของ บริษัท ทีโอที และบริษัท กสทฯ จำกัด (มหาชน) กับใบอนุญาตสำหรับเอกชนผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่  คณะกรรมการ กทช.ก็น่าจะนำไปพิจารณาและรีบหาข้อสรุปเพื่อนำไปสู่การตัดสินใจอย่างชัดเจนและรวดเร็ว

          แต่อย่างไรก็ตาม หากกระบวนการต่าง ๆ ยังล่าช้า หรือขาดความชัดเจนนั่นจะส่งผลกระทบต่อการวางแผนลงทุน การพิจารณาเลือกใช้เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคเอกชนที่รอโอกาสในการขยายการลงทุนโครงการ 3G มานาน ยิ่งใช้กระบวนการพิจารณาข้อกฎหมายเนิ่นนาน เลื่อนการประมูลออกไปหลังเดือนกุมภาพันธ์ 2553 ความสูญเสียในเชิงโอกาสการลงทุน การเพิ่มศักยภาพในด้านการสื่อสารโทรคมนาคม ความคาดหวังที่จะพัฒนาต่อยอดอุตสาหกรรมการสื่อสาร หรือเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ตามที่รัฐบาลตั้งเป้าเอาไว้ก็จะเสียโอกาสและล่าช้าต่อไป

          หากเร่งรัดทุกกระบวนการ และรัฐบาลหรือ กทช.เร่งหาข้อสรุป กล้าตัดสินใจโดยเร็ว ท้ายที่สุด การลงทุนใหม่จะเกิดขึ้น พร้อมกับที่ผู้ใช้บริการก็จะได้ประโยชน์โดยเร็วด้วยเช่นเดียวกัน

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2552 หน้า 2

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: