ประมูล3Gลากยาวถึงปีหน้า ชี้สูญพันล้านUSต่อปี

เลื่อนประมูล 3G เป็น ก.พ.ปีหน้า เหตุรอกฤษฏีกาฟันธงอำนาจ กทช. พร้อมข้อสรุปเสียงประชาพิจารณ์ ด้านสมาคม GSM กระทุ้ง กทช.เร่งเดินหน้าประมูล 3G มั่นใจส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคม เศรษฐกิจประเทศในต่อเนื่องอีก 5 ข้างหน้า ดึงเงินลงทุนปีละ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ กระตุ้นจีดีพีขยายตัว 2.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ นายเซบาสเตียน เอ็ม คาเบลโล ผู้จัดการด้านกฎเกณฑ์ ฝ่ายนโยบายสาธารณะ สมาคมผู้ประกอบการจีเอสเอ็ม(The GSM Association หรือ GSMA) เปิดเผยในการสัมมนา Thailand on the Verge of 3G เมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า หากประเทศไทยต้องล่าช้าในการเปิดให้บริการ 3G ออกไปอีก จะยิ่งมีแต่สูญเสียโอกาสทั้งต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมโดยตรง และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ทั้งนี้ จากผลการศึกษาของแอลอีซีจี (LECG) บริษัทที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจระดับโลก ระบุว่า ถ้าไทยสามารถเปิดให้บริการ 3Gได้โดยเร็ว ก็จะเกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลา 5 ปี (2553-2557) อย่างจะเกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ส่งผลให้สามารถกระตุ้นการขยายตัวเศรษฐกิจภายในประเทศ (จีดีพี) ถึง 2.3 พันล้านเหรียญสหรัฐและก่อให้เกิดการจ้างงานถึง 80,000 ตำแหน่ง แต่ในทางกลับกันหากประเทศไทยยังล่าช้าในการเดินหน้า ประมูล 3G ก็จะทำให้ประเทศสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจถึง 2.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ นอก จากนี้ เทคโนโลยี 3G ยังช่วยสร้างความสามารถในการลดความเหลื่อมล้ำของสังคมชนบทห่างไกล ให้สามารถเข้าถึงการศึกษา การจ้างงาน ตลอดจนก่อให้เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ ด้านนายเศรษฐพร คูศรีพิทักษ์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช.กล่าวว่า กทช.จะมีการประชุมบอร์ดเพื่อหารือกันในวันที่ 4 พ.ย.เรื่องอำนาจหน้าที่ของกทช.ตามรัฐธรรมนูญซึ่งกทช.ต้องทำหนังสือถามไปยัง ผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอาจไม่มีอำนาจในการตีความเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการเรื่องความชัดเจนในอำนาจหน้าที่ กทช.จะทำควบคู่ไปกับการเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) การจัดสรรคลื่นความถี่ 3G อีกครั้งในวันที่ 12 พ.ย.ที่จะถึงนี้ โดยการเปิดรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว ส่งผลให้กรอบระยะเวลาการเปิดประมูลใบอนุญาต (ไลเซ่นส์) 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ของกทช. ต้องเลื่อนไปเป็นช่วงเดือนก.พ. 2553 จากกำหนดเดิมคาดว่าจะเปิดประมูลได้ต้นเดือนธันวาคมปีนี้ ทั้งนี้ เนื่องจากในการเปิดเวทีประชาพิจารณ์เมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา มีหลากหลายความคิดเห็นที่กทช.ต้องนำมาทบทวนและเพิ่มเติมรายละเอียด แต่คาดว่าจะสามารถประกาศร่างหลักเกณฑ์ดังกล่าว และจัดทำหนังสือชี้ชวนนักลงทุนให้แล้วเสร็จได้ภายในปีนี้ เพื่อให้เป็นไปตามแผนแม่บทที่ กทช.จัดทำขึ้น กรอบเวลาดังกล่าวทำให้ผู้สนใจมีเวลาในการตัดสินใจร่วมประมูลเพิ่มจากเดิมภาย ใน 30 วัน เป็น 45-60 วัน นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส กล่าวว่า หากมีการเปิดให้บริการ 3G ก็จะเป็นการกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดการใช้งานด้านสื่อสารข้อมูลมากขึ้น ปัจจุบันบริการสื่อสารข้อมูลมีอัตราเติบโต 70 % เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งที่ผ่านมาภาค เอกชนรอไลเซ่นส์ 3G มาไม่ต่ำกว่า 4 ปีแล้ว ดังนั้น หากกำหนดเวลาจะล่าช้าออกไปสัก 1-2 เดือน ก็เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะการเปิดให้บริการ 3G เชิงพาณิชย์น่าจะเริ่มได้ปลายปี 2553 อยู่แล้ว ‘ผม ต้องการให้กทช.ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง และต้องมีความชัดเจนในประเด็นเกี่ยวกับกฎหมาย ซึ่งการเปิดประชาพิจารณ์ในวันที่ 12 พ.ย.นี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์เพิ่มเติมซึ่งเอไอเอสก็พร้อมจะ ปฏิบัติตาม ขอแค่ได้ไลเซ่นส์ 3Gก็พอ’ นายทอเร่ จอห์นเซ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค กล่าวว่า หวังว่าการเปิดประชาพิจารณ์รอบที่ 2 นี้ จะได้ข้อสรุปในทุกๆประเด็น ที่ยังมีข้อสงสัย ซึ่งดีแทคให้การสนับสนุนกทช.เต็มที่ในการออกไลเซ่นส์ 3G แต่อยากให้รัฐบาลคำนึงถึงประโยชน์ในอนาคต มากกว่าการเก็บค่าไลเซ่นส์ในราคาที่สูงเพียงอย่างเดียวเนื่องจากเอกชนจะต้อง มีต้นทุนในการวางโครงข่ายอีก

Source: Link

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: