1-2-3 GO “3G” (1)

เสียงบ่นดังขึ้นทุกวัน ไทยล้าหลัง เขมรก็มี 3G ลาวก็มี 3G ไทยไม่เอาไหนเลย

แค่นี้ยังไม่มีปัญญา เขาบ่นกันอย่างนี้ละครับ แล้วทำท่าว่าพี่ไทยจะไม่มีปัญญาจริงๆ เสียด้วย

ความจริงเพื่อนบ้านไม่ได้เก่งกว่าเราหรอกครับ เพียงแต่เขาเพิ่งจะเริ่ม จึงสามารถพัฒนาเดินหน้าได้ง่ายและเร็วกว่า
สร้างบ้านใหม่ ง่ายกว่าซ่อมบ้านเก่าให้เป็นบ้านใหม่หลายครั้งรื้อแล้วทำใหม่ อาจดีกว่าเสียด้วยซ้ำ

บ้านเราเริ่มระบบไร้สายที่เรียกว่า 1G 30 ปีมาแล้วครับ จำไม่ผิดน่าจะเป็น พ.ศ.2523 ตอนนั้นใช้ระบบอนาล็อก แล้วเปลี่ยนเป็น 2G ที่เรียกว่าดิจิทัล ในขณะนั้นโทรศัพท์คือโทรศัพท์ เมาท์ได้อย่างเดียว ผ่านไปสักพัก พูดคุยไม่พอแล้ว ต้องทำอย่างอื่นได้อีก (SMS, MMS)

มาถึงวันนี้ เริ่มใช้อีเมล โหลดภาพ โหลดเพลง โหลดคลิปหนังได้ เรามีระบบ GPRS EDGE รองรับความต้องการ  แต่เรายังไม่มี3G ทำให้การบริการไม่สะดวกและรวดเร็วอย่างใจคิด

เสียงบ่นเพราะอุตส่าห์ซื้อเครื่อง 3G มาแต่ใช้ไม่ได้ มีแต่เครื่อง ไม่มีระบบรองรับ

เหมือนกับมีเงินซื้อปอร์เช่ แต่ต้องรองบไทยเข้มแข็ง เพราะถนนมีแค่ 2 เลน ยังมี 4 เลนไม่ครบทุกเส้นทาง รัฐบาลไม่ก่อสร้างให้สมบูรณ์เสียที ซิ่งรถคันโปรดทั่วไทยไม่ได้ อุตส่าห์ผลาญเงินไปแล้วด้วย

ลองมาวิเคราะห์กันดีกว่าว่าทำไม 3G ไม่คลอดเสียที เป็นเพราะอะไรกันแน่
1. ตลาดมีไม่มากพอ ลงทุนวันนี้แล้วอาจมีลูกค้าน้อยเกินไป ไม่คุ้มกับเงินที่ต้องลงทุน
2. หรือหน่วยงานของรัฐเดินหน้าช้า ปัญหาเก่ามีมาก แก้ไขยาก ผลกระทบมหาศาล
3. หรือล่าช้าเพราะผู้ได้ประโยชน์ยังฮั้วไม่ติด แบ่งเค้กยังไม่ลงตัว

จะเริ่มเรื่องที่ง่ายสุดก่อน คือ ตลาดของ 3G

คนไทยเป็นเจ้าของเบอร์โทรศัพท์มือถือกว่า 60 ล้านเลขหมาย เกือบเท่าจำนวนประชากร เพราะมีไม่น้อยรายที่มีมือถือมากกว่า 1 เลขหมาย การแข่งขันทางการตลาดทำให้ทุกอย่างบิดเบือน ออกโปรโมชั่นใหม่ทีก็เปลี่ยนเบอร์โทรกันที ตรงนี้ไม่ว่ากัน ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย

มาดูกันว่า เมื่อมีผู้ใช้บริการมากขนาดนี้แล้ว ตลาดยังมีอนาคตหรือไม่

ดูเผินๆ เหมือนว่าธุรกิจมือถือน่าจะถึงจุดอิ่มตัวแล้ว โดยเฉพาะในเขตเมืองหลวงและเขตหัวเมือง แต่ถ้าดูตัวเลขลึกหน่อย พบว่าตัวเลขผู้ใช้มือถือแถวภาคอีสานและภาคเหนือ ยังไม่มาก ประมาณร้อยละ 50 แสดงว่าตลาดน่าจะขยายได้อีก แต่เป็นตลาดล่างที่ผู้ใช้บริการใช้มือถือพูดคุยกันเป็นส่วนใหญ่

มองภาพทั่วไทย ตัวเลขรายได้ 85% ของบริษัทมาจากการบริการด้านเสียง ส่วนที่เหลือ 15% ของรายได้เป็นส่วนของลูกค้าที่ต้องการใช้บริการอื่นๆ

ชัดเจนว่า ตลาดล่างขยายได้อีกมาก ข้อเสียของตลาดล่าง คือผู้ลงทุนได้แค่ค่าบริการจากเสียง ลูกค้าซื้อมือถือไว้พูดคุยล้วนๆ บริษัทผู้ให้บริการจะมีรายได้เข้าไม่มาก ถ้าผู้ให้บริการจะลงทุนเพิ่ม ต้องคิดหนัก อาจไม่คุ้มทุน
สำหรับตลาดบน ผู้ใช้มือถือที่มีรายได้ปานกลางหรือสูง มีมือถือกันกว่า 100% จึงต้องมองกันว่าจะขยายตลาดส่วนนี้ได้อย่างไร

ช่องเปิดของตลาดกลางและตลาดบนคือบริการด้านอื่นๆ จะมีลูกค้าส่วนหนึ่งที่ต้องการใช้บริการที่นอกเหนือไปจากการพูดคุยหรือส่ง SMS MMS แต่ยังไม่มีใครกล้าฟันธงว่าจำนวนส่วนนี้มีมากหรือน้อยเพียงใด

เห็นชัดว่า ผู้บริการใดได้ระบบ 3G  ก่อน ก็น่าจะแย่งลูกค้า (ที่ไม่แน่ว่ามีมากน้อยเพียงใด) ได้ก่อน จึงหนีไม่พ้นที่ผู้ประกอบการต้องพัฒนาระบบจาก 2, 2.5 หรือ 2.75 G ในปัจจุบันเป็น 3G

มาว่ากันต่อ พรุ่งนี้ครับ

Source: :Link

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: